มาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest)

บริษัทฯได้วางหลักการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์แยกตามประเภทของความขัดแย้งทางผลประโยชน์ออกเป็น3 ประเภท ดังนี้
  1. ผลประโยชน์ระหว่างบริษัทฯและลูกค้า เมื่อเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะดังกล่าว บริษัทฯได้วางหลักการเพื่อประกอบการพิจารณาและตัดสินใจ โดยให้พิจารณาจากความเป็นธรรม (fairness)ความโปร่งใส(accountability) และความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสีย(responsibility) นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้วางหลักการข้อห้ามปฏิบัติเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงมิให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างบริษัทฯและลูกค้า เช่น ห้ามมิให้บริษัทฯ รับของขวัญ ของกำนัลหรือการเลี้ยงรับรองจากลูกค้า เว้นแต่เป็นของขวัญ ของกำนัลหรือการเลี้ยงรับรองที่เหมาะสมตามฐานานุรูป ซึ่งไม่ควรเกินครั้งละ 3,000บาทหรือเป็นปกติจารีตประเพณีซึ่งหากปฏิเสธแล้วจะทำให้เสียความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเป็นต้น
  2. ผลประโยชน์ระหว่างบริษัทฯและบุคลากร บริษัทฯ ได้กำหนดหลักการข้อห้ามปฏิบัติเพื่อป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้งลักษณะดังกล่าวแยกตามระดับชั้นของบุคลากรดังนี้
  3. (ก)  บุคลากรระดับบริหาร หมายถึง คณะกรรมการบริหารและผู้บริหาร ซึ่งทราบนโยบาย ความลับทางการค้าและข้อมูลระดับลับที่สุดหรือลับมากของบริษัทฯจึงต้องกำหนดหลักการห้ามมิให้มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับบริษัทฯ เช่น ห้ามมิให้กรรมการบริหารและผู้บริหารเป็นกรรมการพนักงาน ที่ปรึกษา รับจ้าง หรือให้บริการในลักษณะใด ๆ แก่บุคคล ห้างหุ้นส่วนบริษัท หรือนิติบุคคลใด ๆที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจรูปแบบเดียวกันและแข่งขันกับบริษัทฯ โดยตรง เป็นต้น
  4. (ข)  บุคลากรระดับปฏิบัติการ หมายถึงบุคลากรลำดับรองซึ่งปฏิบัติงานตามลำดับหรือจัดการงานที่ได้รับมอบหมายจากบุคลากรระดับบริหารดังนั้น บุคลากรระดับปฏิบัติการจะรู้เพียงข้อมูลระดับลับหรือใช้ภายในเท่านั้นมิได้ทราบนโยบาย ความลับทางการค้า หรือข้อมูลระดับลับที่สุดหรือลับมาก บริษัทฯจึงกำหนดหลักการห้ามมิให้มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับบริษัทฯในลักษณะผ่อนปรนกว่าบุคลากรลักษณะแรก เช่น ห้ามมิให้บุคลากรระดับปฏิบัติการเป็นกรรมการพนักงาน ที่ปรึกษา รับจ้าง หรือให้บริการในลักษณะใด ๆ แก่บุคคล ห้างหุ้นส่วนบริษัท หรือนิติบุคคลใด ๆ ที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจรูปแบบเดียวกันและแข่งขันกับบริษัทฯโดยตรงเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากกรรมการบริหารซึ่งมีอำนาจบังคับบัญชาโดยตรงโดยการอนุญาตต้องระบุรายละเอียด เหตุจำเป็นและระยะเวลาที่บุคลากรระดับปฏิบัติการจะต้องดำเนินการดังกล่าว เป็นต้น
  5. (ค)  คณะกรรมการตรวจสอบอิสระและผู้รับจ้างทั่วไป หมายถึง บุคลากรซึ่งมิได้ปฏิบัติงานให้แก่บริษัทฯ เต็มเวลาแต่ปฏิบัติงานเพียงชั่วระยะเวลาจำกัดเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือสัญญาจ้างทำของแล้วแต่กรณีบุคลากรลักษณะนี้จะรับทราบและเข้าถึงข้อมูลได้ตั้งแต่ระดับที่เปิดเผยเป็นการทั่วไป(official) จนถึงระดับลับที่สุดขึ้นอยู่กับประเภทของการให้บริการ บุคลากรประเภทนี้มิได้ทำงานให้แก่บริษัทฯเต็มเวลา แต่อาศัยรายได้จากการให้บริการผู้ประกอบธุรกิจอื่น บริษัทฯจึงไม่อาจกำหนดนโยบายห้ามแข่งขันทางการค้าเฉกเช่นกับบุคลากรอื่นได้ แต่อย่างไรก็ตามบุคลากรประเภทนี้ยังคงต้องอยู่ภายใต้นโยบายของบริษัทฯ เช่น บุคลากรลักษณะนี้ต้องไม่ใช้ข้อมูลที่ได้รับในฐานะพนักงานลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างของบริษัทฯในทางที่มิชอบหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ เป็นต้น
  6. ผลประโยชน์ระหว่างบริษัทฯและบุคลากร เนื่องจากการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะนี้มีความสำคัญและมีรายละเอียดมากบริษัทฯ จึงได้แยกหัวข้อเป็นมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน (insidertrading) และมาตรการป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบซึ่งได้กำหนดเป็นมาตรการโดยละเอียดแยกต่างหากจากนโยบายนี้

มาตรการป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

บริษัทฯมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจการภายใต้หลักการของกฎหมาย ความซื่อสัตย์สุจริตและมีคุณธรรม เป็นไปตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณ และจริยธรรมธุรกิจตามที่ได้ระบุไว้เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบและส่งเสริมให้เกิดการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสบริษัทฯ มีเจตนารมณ์ที่จะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมโดยยึดหลักจริยธรรมทางธุรกิจและการกำกับดูแลกิจการที่ดีการดำเนินกิจกรรมของบริษัทฯ มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรด้วยจิตอาสาเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมแก่บุคลากรในบริษัทฯทุกระดับอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายการป้องกันการหาผลประโยชน์ในหน้าที่โดยมิชอบ

นโยบายการป้องกันการหาผลประโยชน์ในหน้าที่โดยมิชอบนี้มีผลบังคับใช้กับทุกหน่วยงานในบริษัทฯ โดยให้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน
  1. บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบ คณะกรรมการบริหารเป็นผู้รับผิดชอบให้การดำเนินกิจการของบริษัทฯ เป็นไปตามนโยบายด้วยความซื่อสัตย์สุจริตระมัดระวัง รักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯโดยรวมและยังมีหน้าที่และรับผิดชอบในการกำหนดให้มีระบบการทำงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้และส่งเสริมสนับสนุนนโยบายการป้องกันการหาผลประโยชน์ในหน้าที่โดยมิชอบพร้อมทั้งให้มีการสื่อสารไปยังบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องรวมถึงมีหน้าที่ทบทวนความเหมาะสมของระบบการทำงานและมาตรการต่าง ๆให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ระเบียบ ข้อบังคับและข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  2. แนวทางการปฏิบัติ      บริษัทฯให้ความสำคัญในการป้องกันมิให้เกิดการหาผลประโยชน์ในหน้าที่โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่นในเรื่องต่างๆ ดังนี้
  3. (ก) ของขวัญ ของกำนัล การเลี้ยงรับรองและผลประโยชน์ ห้ามให้ รับ หรือรับว่าจะให้ของขวัญของกำนัล รวมถึงผลประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้เกิดการปฏิบัติหรือละเว้นจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรืออาจทำให้เกิดการยินยอมผ่อนปรนในหลักเกณฑ์หรือข้อตกลงทางธุรกิจที่ไม่เหมาะสมและให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณและจริยธรรมธุรกิจจริยธรรมของกรรมการ และจริยธรรมของบุคลากรบริษัทฯ ทุกระดับ
  4. (ข)    สินบนและสิ่งจูงใจ ห้ามให้หรือรับสินบนและสิ่งจูงใจในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น และห้ามมอบหมายให้ผู้อื่นให้หรือรับสินบนและสิ่งจูงใจแทนตนเอง
  5. (ค)    การบริจาคเพื่อการกุศลและการให้เงินสนับสนุน การบริจาคเพื่อการกุศลและการให้เงินสนับสนุนต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสไม่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม
  6. (ง) กิจกรรมและการมีส่วนร่วมทางการเมือง บริษัทฯ ไม่อนุญาตให้นำเงินทุนหรือทรัพยากรของบริษัทฯไปใช้สนับสนุนทางการเมืองให้แก่ผู้ลงสมัครแข่งขันเป็นนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดเพื่อการรณรงค์ทางการเมืองหรือการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองยกเว้นการให้ความสนับสนุนนั้นได้รับอนุญาตตามกฎหมายและสนับสนุนประชาธิปไตยโดยรวม

มาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน (insidertrading)

           เพื่อป้องกันมิให้เกิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลภายในตามมาตรา42อันเป็นความผิดตามมาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 บริษัทฯจึงได้กำหนดมาตรการเชิงป้องกันดังต่อไปนี้
  1. กรรมการผู้บริหาร ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง พนักงาน และบุคลากรทุกคนของบริษัทฯจะต้องลงนามในสัญญารักษาความลับว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆที่ได้รับจากการทำงานให้แก่บุคคลที่สาม
  2. บริษัทฯ ต้องจัดลำดับการเข้าถึงข้อมูลอันเป็นความลับตามอำนาจหน้าที่ของกรรมการผู้บริหาร ลูกจ้าง พนักงาน และบุคลากรทุกคน โดยบุคลากรที่มิได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงจะเข้าถึงข้อมูลภายในอันส่งผลกระทบต่อราคาซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมิได้
  3. ในกรณีที่กรรมการผู้บริหาร ลูกจ้าง พนักงาน บุคลากร หรือบุคคลผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดใช้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับผู้ประกอบการรายอื่นบุคคลดังกล่าวจะต้องจัดส่งธุรกรรมให้บริษัทฯ ตรวจสอบ
  4. พนักงาน compliance เป็นผู้มีหน้าที่ตรวจสอบความผิดปกติของการซื้อขายว่ามีลักษณะการใช้ข้อมูลภายในหรือไม่โดยต้องประสานงานกับแผนกวิเคราะห์ข้อมูล (data analysis) เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้าทั่วไป            

    ความในข้อ3. และข้อ 4. ไม่ใช้บังคับแก่ผู้รับจ้างผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพที่ผลิตหรือให้บริการแก่บริษัทฯเป็นครั้งคราวและมีการทำสัญญารักษาความลับตามข้อ 1. แล้ว